วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ




นักเขียนโปรแกรมหรือโปนแกนมเมอร์ ( Programmer )  :


ลักษณะการทำงานของนักโปรแกรมเมอร์โปรแกรมเมอร์ จะทำหน้าที่ นำข้อมูลการออกแบบรายละเอียดการวางโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์ จากนักวิเคราะห์ระบบงาน มาเขียนเป็นโปรแกรมต่าง ๆ ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจะแตกต่างกันไปตามลักษณะเครื่องของระบบฐานข้อมูล ทดสอบระบบและส่งให้นักวิเคราะห์ระบบทำการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหากจุดบกพร่องและแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง โปรแกรมเมอร์ยังต้องทำหน้าที่ รับรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบ (User) จากนักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) จัดทำแผนภูมิ (Flowchart) ขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด และถูกต้องตามหลักวิชา เพื่อประโยชน์ในการเขียนโปรแกรมสำหรับการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์แผนภูมิหรือแผนผังสายงาน แต่เพียงบางส่วนหรือทั้งหมด คุณสมบัติที่จำเป็นในการเป็นโปรแกรมเมอร์ • มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเข้ารับศึกษาได้ในสถานบันการศึกษาที่เรียนทำการสอนหรือสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางด้านคอมพิวเตอร์ • มีทักษะในการการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ • มีความคิดสร้างสรรค์สามารถประยุกต์และดัดแปลงความรู้ความสามารถทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี ความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/576082



Image result for นักวิเคราะห์ระบบ


นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst) 

ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย










ผู้ดูแลและบริหารระบบ (System administrator) 

ทำหน้าที่บริหารและจัดการระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยดูแลการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบปฏิบัติการ การติดตั้งฮาร์ดแวร์ การติดตั้งและการปรับปรุงซอฟต์แวร์ สร้าง ออกแบบและบำรุงรักษาบัญชีผู้ใช้ สำหรับองค์กรขนาดเล็กเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาจต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายด้วย


















วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ความรู้เรื่องโรคเอดส์

ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์


Image result for โรคเอดส์

โรคเอดส์ เกิดจากอะไร : เป็นโรคที่เกิดต่อเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งระยะที่ 1 ของการติดเชื้อจะมีอาการเพียงเล็กน้อยต่อมาระยะที่ 2 ซึ่งเรียกว่าระยะเรื้อรัง ซึ่งระยะที่ 2 นี้จะใช้เวลาประมาณ 7 - 10 ปีก่อนที่จะเข้าสู่ระยะที่ 3
โดยทั่วไป ถือว่าเมื่อการติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งร่างกายจะมีอาการที่เกิดจากเชื้อเอชไอวีเอง จากโรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection) และ/หรือจากโรคมะ เร็ง จะเรียกว่าเป็นโรคเอดส์
เหตุผลที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสและโรคมะเร็งมากขึ้นในโรคเอดส์นั้นเป็นเพราะไวรัสเอชไอวี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์นั้น ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้าน ทานโรคของร่างกายต่ำลง เนื่องจากเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด ที-ลิมโฟซัยท์ที่มีซีดี 4 เป็นบวก (CD 4 positive T cell) และจะทำลายเซลล์ชนิดนี้ไปเรื่อยๆ เซลล์ชนิดนี้มีบทบาทสำคัญมากในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย ดังนั้น ร่างกายจะเสียความสามารถในการป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆอย่างรุนแรง ผลที่ตามมาคือ เกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสชนิดต่างๆซึ่งไม่ค่อยเป็นในคนปกติ เช่น เชื้อราในปอดและ/หรือในสมอง เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดโรคมะเร็งในผู้ป่วยมากขึ้น เพราะระบบภูมิคุ้มกันต้านทานได้สูญ เสียความสามารถในการเฝ้าระวังและการกำจัดเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) และโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่เรียกว่า คาโปซิซาร์โคมา (Kaposi’s sarcoma)
อีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดตามมาคือ อาการผิดปกติของสมอง เกิดจากการที่เชื้อไวรัสนี้เข้าไปอยู่ในเซลล์สมองชนิดที่เรียกว่าไมโครเกลีย (Microglia) ซึ่งเซลล์ชนิดนี้จะถูกไวรัสซึ่งเข้าไปอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ บังคับให้สร้างสารพิษชนิดต่างๆออกมาทำลายเซลล์สมองชนิดอื่นๆได้ การทำงานของสมองที่ผิดปกติไป จะสะท้อนออกมาเป็นอาการผิดปกติต่างๆ เช่น ซึม ชักเอะอะโวยวาย ความจำเสื่อม เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ความผิดปกติทางระบบประสาทเหตุเอชไอวี)
นอกจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD 4 positive T cell แล้ว ไวรัสตัวนี้ยังสามารถเข้าไปอยู่ในเซลล์ชนิดอื่นๆของร่างกายได้อีก เช่น เซลล์ มาโครฟาจ (Macro phage) เดนไดรติคเซลล์ (Dendritic cell) ไมโครเกลียของสมอง (Microglia) และเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนซัยท์ (Monocyte)

โรคเอดส์ติดต่อได้ทางไหน : 
   

Image result for โรคเอดส์

  1. ทางการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งเพศสัมพันธ์เพศเดียวกันระหว่างชายรักร่วมเพศ หญิงรักร่วมเพศ และการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง การติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้คิดเป็นอัตราประ มาณ 78% ของการติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด
  2. การใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น (หลอดเลือด) โดยใช้เข็มฉีดร่วมกับคนอื่น ผู้ที่ติดเชื้อโดยวิธีนี้มีประมาณ 20%
  3. ทางการรับเลือดจากผู้อื่นที่มีเชื้อไวรัสอยู่ ผู้ที่มีความเสี่ยงในกลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเลือดเรื้อรังที่ต้องรับเลือดเป็นประจำ เช่น โรคฮีโมฟิเลีย (Hemophilia) หรือผู้ที่รับการปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้ที่ติดเชื้อ การติดเชื้อโดยวิธีนี้มีประมาณ 1.5%
  4. ติดต่อจากแม่ที่ติดเชื้อสู่ลูก ซึ่งอาจติดต่อได้ทางเลือดจากแม่สู่ลูกโดยตรงผ่านทางรก หรือจากการที่ทารกกลืนเลือดของแม่ระหว่างการคลอด หรือได้รับเชื้อที่อยู่ในน้ำนมแม่ก็ได้
  5. การติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์จากอุบัติเหตุทางการแพทย์ เช่น ถูกเข็มฉีดยา หรือเข็มเจาะเลือดผู้ป่วยตำนิ้วโดยบังเอิญ ซึ่งเคยมีรายงานว่าทำให้บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อได้ ถึงแม้จะมีโอกาสน้อยก็ตา
  6. โรคเอดส์ไม่สามารถติดต่อทางยุงกัด หรือการสัมผัสผิวหนังภายนอก เช่น การจับมือ การกอด
  7. เชื้อไวรัสที่ปะปนออกมาในเลือด และในเสมหะที่ออกมาอยู่นอกร่างกายแล้วโดยมากจะมีชีวิตอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง และจะถูกทำลายได้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วไป น้ำยาฟอร์มาลิน น้ำยาแอลกอฮอล์ การตายของเซลล์ที่ตัวไวรัสอาศัยอยู่จากความแห้งหรือจากแสงแดด ก็จะทำให้เชื้อตายไปด้วยเช่นกัน
  8. การติดเชื้อเอชไอวีจากน้ำลายหรือน้ำตา มีโอกาสเกิดได้น้อยมากๆ มักเป็นในกรณี มีเลือดปนสารคัดหลั่งเหล่านี้ด้วย ดังนั้น การจูบปากโดยปิดปาก จึงไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อนี้

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบด้านลบและด้านบวกของเทคโนโลยี



ดูคลิป กลุ่มแฮกเกอร์ Anonymous ประกาศสงคราม



หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดทางด้านกลุ่ม
แฮกเกอร์ระดับโลก Anonymous ก็เป็นอีกกลุ่มที่ได้ออกมาแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน ด้วยการประกาศสงครามกับกลุ่ม ISIS ด้วยประโยคว่า

 ‘เราจะตามล่าไปทุกหนทุกแห่ง'

พร้อมปล่อยคลิปวิดีโอผ่านสื่อออนไลน์ โดยตั้งชื่อของกลุ่มนี้เอาไว้ว่า OpISIS
ในคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นคำแถลงการณ์ของกลุ่ม OpISIS จากผู้แถลงที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากาก กล่าวถึงการประกาศทำสงครามกับกลุ่ม ISIS ในภาษาฝรั่งเศสอย่างแข็งกร้าว ใจความว่า จะเป็นฝ่ายต่อกรกับกลุ่ม ISIS และนี่เป็นการเริ่มต้นสงครามด้วยการจู่โจมทางโลกไซเบอร์ครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยจุดประสงค์เพื่อสันติภาพของโลก

หลังจากการเผยแพร่คำแถลงการณ์ของกลุ่ม OpISIS เพียงไม่กี่ชั่วโมง ด้านความเคลื่นไหวภายในทวิตเตอร์ของกลุ่มดังกล่าว ภายใต้แฮชแท็ก #OpISIS ก็ได้มีการเปิดฉากอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดเผยรายชื่อบัญชีทวิตเตอร์ของกลุ่ม ISIS กว่า 1,000 รายชื่อ นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่าจะกำจัดเว็บไซต์ชวนเชื่อของกลุ่ม ISIS และกลุ่ม Ku Klux Klan (KKK) ที่เป็นกลุ่มเหยียดสีผิวอีกด้วย

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O - NET

WEBSITE 1: http://www.admission.in.th
WEBSITE 2:http://forum.02dual.com/


ตัวอย่างข้อสอบ  10 ข้อ
วิชา วิทยาศาสตร์



1. เซลล์ที่มีสวนประกอบดังตอไปนี้ : ดีเอ็นเอไรโบโซมเยื่อหุ้มเซลลเอนไซม และ ไมโทคอนเดรีย เปนเซลล์

ของสิ่งมีชวีิตในขอใด
 1. แบคทีเรีย
 2. พืชเทานั้น
 3. สัตว์เทานั้น
 4. อาจเปนไดทั้งพืชหรือสัตว์


2. กระบวนการใดไมพบในกระบวนการดันน้ำกลับที่ทอหนวยไต
 1. การแพร
 2. ออสโมซิส
 3. เอนโดไซโทซิส
 4. การลําเลียงแบบใชพลังงาน


3. เหตุใดผูดื่มมเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์จึงมักปสสาวะบอยกวาปกติ

 1. ไตทํางานอยางมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
 2. การหลั่งฮอรโมนวาโซเปรสซ  ินลดลง
 3. แอลกอฮอลเปนพิษตอรางกายจึงถูกกําจัดทิ้งอยางรวดเร็ว
 4. รางกายควบคุมการทํางานของกลามเนื้อกระเพาะปสสาวะไมได


4. การดื่มน้ําสมเปนปริมาณมาก ทําใหเลือดมีสภาวะเปนกรดจริงหรือไมเพราะเหตุใด

 1. เปนกรดจริง เพราะวิตามินซีละลายน้ําได
 2. เปนกรดจริง เพราะน้ําสมม ีรสเปรี้ยวและมีปริมาณกรดสูง
 3. ไมเปนกรด เพราะเลือดมีสมบัติเปนสารละลายบฟเฟอร ั 
 4. ไมเปนกรด เพราะรางกายจะไดรับอันตรายไดหากเลือดมีสภาวะเปนกรด

5. วิธีการในขอใดที่ใชควบคุมโรคไวรัสในพืชไดผลดีที่สุด

 1. การเผาทําลายพืช
 2. การฉีดวัคซีน
 3. การใชยาปฏชิีวนะ
 4. การเพิ่มไนโตรเจนในดิน



6. นักเรียนจะตองหยดเล  ือดลงในภาชนะบรรจุสารละลายที่มีความเขมขนเทาใด จึงจะทํา
ใหเซลลเม็ดเลือดแดงแตก
1. 0.4 โมลาร
2. 0.6 โมลาร
3. 1.0 โมลาร
4. 1.6 โมลาร

7. โครงสรางของสิ่งมีชวีิตในขอใดตอไปนี้ที่ไมไดทาหน ํ าที่ปองกันการสูญเสียน้ําจาก
รางกาย
1. ขนนก
2. เกล็ดปลา
3. ผนังลําตัวแมลง
4. เยื่อหุมเซลลพาราม  ีเซียม

8. อวัยวะในขอใดตอไปนี้ไมเปนสวนหนงของระบบน้ำเหลืองในร่างกายมนุษย
1. มาม
2. ทอนซิล
3. ตอมไทมัส
4. ตอมหมวกไต


9. สัตวในขอใดตอไปนี้มีอุณหภูมิรางกายในสภาวะปกติสูงที่สุด
1. อูฐ
2. ชาง
3. แมว
4. นกกระจิบ

10. ออรแกเนลลใดในเซลล  พชทื ี่ไมพบดเอี ็
นเอ
1. นิวเคลียส
2. แวควโอล ิ
3. คลอโรพลาสต
4. ไมโทคอนเดรีย


วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การศึกษาโครงงานตัวอย่างคอมพิวเตอร์

การดูดซับพลังงานเสียงของวัสดุธรรมชาติ



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การดูดซับเสียงจากธรรมชาติ
ธรรมชาตอกับเสียง 2 สิ่งนี้มีความสัมพันธ์กันอยู่มากมาย หนึ่งในความสัมพันธ์เหล่านั้น คือ การที่สิ่งต่างๆในธรรมชาติสามารถดูดซับเสียงได้ ทำให้เสียงเกิดการหายไป ไม่สะท้อนไป – มา บนโลกไม่สิ้นสุด โครงงานนี้จึงได้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์นี้ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติมา 3 ชนิด ได้แก่ เปลือกส้ม เปลือกมะม่วงและกากของถั่วเหลืองมาทำการทดสอบการดูดซับเสียง โดยหวังว่าหากการทดลองประสบความสำเร็จจะสามารถนำวัตถุเหล่านี้ไปประดิษฐ์สิ่งของที่นำไปใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้ การทดลองนี้เริ่มต้นจากการออกแบบอุปกรณ์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เนื่องจากการทดลองแบบเดิมที่ใช้ในเรื่องนี้ซึ่งใช้ Standing wave tube นั้น ดูได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากต้องปล่อยให้เสียงที่ไม่ได้ถูกดูดซับกับเสียงที่ถูกดูดซับไปแล้วมาแทรกสอดกัน ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์ขึ้นใหม่โดยอาศัยแบบเดิมมาดัดแปลงให้เกิดเสียงการสะท้อนตามหลักกฎการสะท้อนของคลื่น เมื่อสร้างอุปกรณ์ขึ้นมาได้ จึงนำวัสดุมาปั่นให้มีขนาดเล็กและรวมเป็นเนื้อเดียว ง่ายต่อการทำเป็นรูปร่างต่างๆ แล้วนำมาทดลอง โดยปล่อยคลื่นเสียงเข้าไปในปลายท่อที่ออกแบบเองด้านหนึ่ง ให้สะท้อนกับวัตถุ กลับมาจะได้คลื่นเสียงที่ถูกดูดซับสะท้อนกลับมาทำการวัดความเข้มเสียง (ความดัง) จากผลการทดลอง ผลค่อนข้างออกมาไม่แน่ชัด อาจจะคิดได้ว่าเปลือกส้มและกากถั่วเหลืองสามารถดูดซับเสียงได้มากกว่าเปลือกมะม่วง เนื่องจากการทดลองนี้ ถ้าต้องการผลที่ถูกต้องแน่นอนจะต้องอาศัยความประณีต และความอดทนมากกว่านี้ ซึ่งเวลาจะเป็นปัจจัยที่สำคัญเป็นอย่างมาก หากมีโอกาสที่จะได้ศึกษาเรื่องนี้ต่อไป ก็ควรจะจัดการอุปกรณ์ เครื่องมือรวมถึงวัสดุที่ใช้ทดะลองให้มีควาพร้อมมากขึ้น เพิ่มจำนวนสิ่งที่จะต้องทดลองมากขึ้น และลองนำวัสดุมาผสมกันเพื่อทดลองด้วย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป


ชื่อผู้ทำโครงงาน

นายศุภณัฐ สุวัฒนภักดี


สถาบันการศึกษา

     โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย


ชื่อโครงการ
การดูดซับพลังงานเสียงของวัสดุธรรมชาติ

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรม Cal










Private Sub Command1_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x * y
Label1.Caption = z
End Sub
Private Sub Command2_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x / y
Label1.Caption = z
End Sub
Private Sub Command3_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x + y
Label1.Caption = z
End Sub
Private Sub Command4_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x - y
Label1.Caption = z
End Sub
Private Sub Command5_Click()
Text1.Text = ""
Text2.Text = ""
Label1.Caption = ""
End Sub
Private Sub Command6_Click()
End
End Sub


วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเภทของสื่อการเรียนรู้




ประเภืของสื่อการเรียนรู้


การจำแนกประเภทของสื่อการเรียนรู้

      สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึกรายงาน ฯลฯ




2. สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น
3. สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่
     3.1 บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น
     3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
     3.3 กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น
     3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น

                         











 สื่อแบ่งตามทรัพยากรการเรียนรู้
               ทรัพยากร หมายถึงสิ่งทั้งปวงที่มีค่า ทรัพยากรการเรียนรู้ (learning resources) จึงหมายถึงทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติหรือสิ่งที่คนประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการเรียนรู้ โดนัลด์ พี. อีลี (Donald  P. Ely, 1972 : 36:42) ได้จำแนกสื่อการเรียนการสอนตามทรัพยากรการเรียนรู้ 5 รูปแบบ  โดยแบ่งได้เป็นสื่อที่ออกแบบขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายทางการศึกษา (by design) และสื่อที่มีอยู่ทั่วไปแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ได้แก่
              1. คน  (People) “คน” ในทางการศึกษาโดยตรงนั้น หมายถึง บุคคลที่อยู่ในระบบของโรงเรียน ได้แก่ ครู ผู้บริหาร ผู้แนะนำการศึกษา ผู้ช่วยสอนหรือผู้ที่อำนวยความสะดวกด้านต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ส่วน “คน” ตามความหมายของการประยุกต์ใช้ ได้แก่คนที่ทำงานหรือมีความชำนาญงานในแต่ละสาขาซึ่งมีอยู่ในวงสังคมทั่วไป คนเหล่านี้เป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งถึงแม้มิใช่นักศึกษาแต่สามารถจะช่วยความสะดวกหรือเชิญมาเป็นวิทยาการเพื่อเสริมการเรียนรู้ได้ในการให้ความรู้แต่ละด้าน อาทิเช่น ศิลปิน นักการเมือง นักธุรกิจ ช่างซ่อมเครื่อง           
             2. วัสดุ (Materials) ในการศึกษาโดยตรงเป็นประเภทที่บรรจุเนื้อหาบทเรียน          โดยรูปแบบของวัสดุมิใช่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เช่น หนังสือ สไลด์ แผนที่ แผ่นซีดี หรือสื่อต่างๆ ที่เป็นทรัพยากรในการเรียนการสอนนั้นจะมีลักษณะเช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ในการศึกษาดังกล่าว เพียงแต่ว่าเนื้อหาที่บรรจุในวัสดุส่วนมากจะอยู่ในรูปของการให้ความบันเทิง เช่น คอมพิวเตอร์  หรือภาพยนตร์สารคดีชีวิตสัตว์สิ่งเหล่านี้ถูกมองไปในรูปแบบขอความบันเทิงแต่สามารถให้ความรู้ในเวลาเดียวกัน                        
             






3.  อาคารสถานที่ (Settings) หมายถึง ตัวตึก ที่ว่าง สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลเกี่ยวกับทรัพยากรรูปแบบอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้วและมีผลกับผู้เรียนด้วย สถานที่สำคัญในการศึกษา ได้แก่ตึกเรียนและสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนการสอนโดยรวม เช่นห้องสมุด หอประชุม ส่วนสถานที่ต่างๆ ในชุมชนก็สามารถประยุกต์ให้เป็นทรัพยากรสื่อสารเรียน            การสอนได้ เช่น โรงงาน ตลาด สถานที่ทางประวัติศาสตร์ เช่น พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น 





         




    4.  เครื่องมือและอุปกรณ์ (Tools and Equipment) เป็นทรัพยากรทางการเรียนรู้เพื่อช่วยในการผลิตหรือใช้ร่วมกับทรัพยากรอื่นๆ ส่วนมากมักเป็น โสตทัศนูปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ที่นำมาใช้ประกอบหรืออำนวยความสะอาดในการเรียนการสอน เช่น เครื่องฉายข้ามศีรษะ คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร หรือแม้แต่ ตะปู ไขควง เหล่านี้เป็นต้น Image result for ประเภทของสื่อการเรียนรู้
             




5.  กิจกรรม (Activities) โดยทั่วไปแล้วกิจกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอนมักจัดขึ้นเพื่อร่วมกระทำทรัพยากรอื่นๆ หรือเป็นเทคนิควิธีการพิเศษเพื่อการเรียนการสอน เช่น เกม การสัมมนา การจัดทัศนศึกษา กิจกรรมเหล่านี้มักมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่ตั้งขึ้น โดยมีการใช้วัสดุการเรียนเฉพาะแต่ละวิชาหรือวิธีการพิเศษในการเรียนการสอน 
Image result for ประเภทของสื่อการเรียนรู้








ขอขอบคุณแหล่งที่มา